เงินเฟ้อ 2.79% แต่ทำไมยังรู้สึกเงินไม่พอใช้? วิธีดูงบให้เห็นแรงกดดันจริง
ตัวเลขเงินเฟ้อไทยเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 2.79% แต่หลายคนยังรู้สึกว่าค่าครองชีพตึงขึ้น บทความนี้สรุปว่าทำไมความรู้สึกนั้นเกิดขึ้น และควรรีวิวงบตรงไหนก่อนเพื่อให้เงินไม่ไหลเร็วเกินไป
เงินเฟ้อ 2.79% แต่ทำไมหลายคนยังรู้สึกว่าเงินตึง
วันที่ 5 มิถุนายน 2026 ธปท. และหน่วยงานเศรษฐกิจรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 2.79%
ตัวเลขนี้ฟังดูเหมือนไม่ได้สูงแบบน่าตกใจ แต่หลายคนกลับรู้สึกเหมือนกันว่า
- เติมน้ำมันแล้วสะดุ้ง
- ซื้อของเข้าบ้านแล้วเงินหายไว
- ใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่เงินเหลือช้าลง
ความรู้สึกนี้ไม่ได้แปลว่าคุณคิดไปเอง แต่มันเกิดจากการที่ “ของที่เราเจอบ่อย” แพงขึ้นก่อนหมวดอื่น
บทความนี้โบ้จะพาดูว่า ทำไมตัวเลขยังดูโอเค แต่ชีวิตจริงกลับเริ่มตึง
เงินเฟ้อเฉลี่ย ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างขึ้นเท่ากัน
เวลาเห็นคำว่า “เงินเฟ้อ 2.79%” ต้องเข้าใจก่อนว่าเป็น ค่าเฉลี่ยของราคาสินค้าและบริการหลายหมวดรวมกัน
แต่ในชีวิตจริง เราไม่ได้ซื้อทุกอย่างเท่ากัน
คนส่วนใหญ่จะโดนแรงกดดันจากหมวดที่ใช้บ่อย เช่น
- อาหาร
- ค่าเดินทาง
- พลังงาน
- ของใช้ประจำบ้าน
ถ้าหมวดพวกนี้ขยับ แม้ตัวเลขรวมทั้งประเทศยังไม่พุ่งมาก คุณก็ยังรู้สึกว่าเงินหายเร็วขึ้นได้อยู่ดี
ธปท. เองก็ยอมรับว่า “ค่าครองชีพสูงขึ้น” กดการใช้จ่าย
ในรายงานเศรษฐกิจล่าสุดที่เผยแพร่ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ธปท. ระบุชัดว่า การบริโภคภาคเอกชนชะลอลงจากค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้น
แปลเป็นภาษาง่าย ๆ คือ
คนยังใช้เงินอยู่ แต่เริ่มใช้แบบระวังขึ้น เพราะของจำเป็นกินงบมากขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายบ้านยังรู้สึก “ตึง” แม้เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย
ทำไมเงินยังไม่พอใช้ ทั้งที่รายได้ยังเท่าเดิม
ปัญหาหลักมักไม่ใช่การใช้ฟุ่มเฟือยเสมอไป แต่คือ รายจ่ายจำเป็นเริ่มกินสัดส่วนมากขึ้น
ตัวอย่างที่เจอบ่อย
- ค่าเดินทางขึ้น 600-1,000 บาทต่อเดือน
- ค่าอาหารขึ้นวันละ 20-40 บาท
- ของใช้ในบ้านขึ้นทีละนิด แต่รวมกันเยอะ
พอรวมทั้งเดือน ตัวเลขที่เพิ่มอาจไม่ดูใหญ่ในแต่ละรายการ แต่พอสะสมแล้ว จะเบียดเงินออม เงินยืดหยุ่น และเงินปลายเดือนทันที
ถ้าเริ่มรู้สึกเงินตึง ให้รีวิว 3 หมวดนี้ก่อน
1) อาหาร
อาหารคือหมวดที่โดนเร็วที่สุด เพราะซื้อบ่อย ตัดสินใจบ่อย และขึ้นทีละนิดแบบไม่ทันสังเกต
วิธีดูง่าย ๆ คือ
- เฉลี่ยค่าอาหารต่อวันตอนนี้เท่าไหร่
- เทียบกับ 1-2 เดือนก่อน เพิ่มขึ้นไหม
- มื้อไหนแพงที่สุด และลดได้ตรงไหน
อ่านต่อ: คุมงบอาหารในยุคของแพง
2) ค่าเดินทาง
พลังงานขึ้นเมื่อไร ค่าเดินทางมักกระทบตามเร็ว ทั้งค่าน้ำมัน ค่าโดยสาร และค่าจัดส่ง
ถ้าไม่เคยแยกหมวดนี้ชัด ๆ เลย จะไม่ค่อยเห็นว่ามันกำลังกินงบมากขึ้นแค่ไหน
อ่านเพิ่ม: จัดงบค่าเดินทางรายเดือน
3) ของใช้ประจำ
หมวดนี้อันตรายตรงที่ขึ้นแบบเงียบ ไม่เจ็บทีเดียว แต่กินเงินจริง
เช่น
- ของใช้ในห้องน้ำ
- ของเข้าครัว
- น้ำยาทำความสะอาด
- ของใช้จุกจิกในบ้าน
ตรงนี้ถ้าจดไม่ครบ จะรู้สึกว่า “ไม่ได้ซื้ออะไรเลย” แต่เงินกลับหาย
วิธีเช็กว่าเงินตึงเพราะเงินเฟ้อ หรือเพราะจุดรั่วของเราเอง
โบ้แนะนำให้แยกดู 2 เรื่องนี้ออกจากกัน
แบบที่ 1: ของจำเป็นแพงขึ้นจริง
สัญญาณคือ
- หมวดอาหารและเดินทางขึ้นต่อเนื่อง
- ใช้ชีวิตใกล้เคียงเดิม แต่ยอดรวมสูงขึ้น
- รายจ่ายเพิ่มแบบค่อนข้างคงที่
แบบที่ 2: มีจุดรั่วซ้อนอยู่
สัญญาณคือ
- เดลิเวอรี่ถี่ขึ้น
- ซื้อของเพราะเครียด
- มี subscription หรือค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่ปล่อยค้างไว้
สองอย่างนี้มักเกิดพร้อมกัน ดังนั้นอย่าโทษเงินเฟ้ออย่างเดียว แต่ก็อย่าโทษตัวเองเกินไป
อ่านต่อ: วิธีหาจุดรั่วเงิน
ช่วงของแพง ไม่จำเป็นต้องตัดทุกอย่างพร้อมกัน
หลายคนพอรู้สึกว่าเงินเริ่มตึง จะพยายามลดทุกอย่างในเดือนเดียว
แต่ส่วนใหญ่ทำไม่ไหว และสุดท้ายกลับไปใช้เหมือนเดิม
วิธีที่โบ้แนะนำคือ
- ล็อกงบจำเป็นก่อน
- กันเผื่อหมวดเสี่ยงเพิ่มอีกนิด
- เลือกตัดแค่ 1-2 จุดรั่วที่เห็นผลไว
ตัวอย่างเช่น
- ลดเดลิเวอรี่จาก 4 ครั้ง/สัปดาห์ เหลือ 2 ครั้ง
- ตั้งเพดานเครื่องดื่มพิเศษต่อสัปดาห์
- ชะลอการซื้อของใช้ที่ยังไม่จำเป็น
แบบนี้จะอยู่ได้นานกว่า
ถ้ารายได้ไม่เพิ่ม ควรทำอะไรเพื่อไม่ให้เงินปลายเดือนหาย
เป้าหมายช่วงนี้ไม่จำเป็นต้อง “ออมเยอะขึ้นทันที” แต่อาจต้องเริ่มจาก กันไม่ให้เงินไหลเร็วกว่าเดิม
โฟกัส 4 อย่างนี้ก่อน
- ตั้งงบจากตัวเลขจริงเดือนล่าสุด
- แบ่งเงินเป็นรายสัปดาห์
- แยกเงินจำเป็นกับเงินยืดหยุ่น
- รีวิวทุกสัปดาห์แทนการรอสิ้นเดือน
ถ้ายังไม่มีระบบพวกนี้ ต่อให้รายได้เท่าเดิม คุณก็จะรู้สึกว่าเงินหายไวขึ้นเรื่อย ๆ
อ่านต่อ: ตั้งงบรายเดือนแบบทำได้จริง
ใช้ TangBoe ช่วยดู “แรงกดดันจริง” ในบัญชีเรา
ช่วงที่ค่าครองชีพขยับ โบ้แนะนำให้ใช้แอปแบบนี้
- แยกหมวดอาหาร เดินทาง ของใช้ประจำให้ชัด
- ดูยอดรวมเทียบเดือนก่อน
- ใช้แท็ก
#เผลอกับรายจ่ายที่ไม่อยู่ในแผน - สรุปสั้น ๆ ทุกสัปดาห์
แค่ทำ 1 เดือน คุณจะเริ่มเห็นเลยว่า ปัญหามาจาก “ของจำเป็นแพงขึ้น” หรือ “พฤติกรรมหลุดแผน”
สรุปสั้น ๆ แบบโบ้
- เงินเฟ้อ
2.79%ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างขึ้นน้อยเท่ากัน - ถ้าหมวดที่เราใช้ทุกวันขึ้นก่อน เราจะรู้สึกเงินตึงทันที
- ธปท. เองก็ชี้ว่าค่าครองชีพและราคาพลังงานกำลังกดการใช้จ่าย
- ทางแก้ไม่ใช่ตัดทุกอย่าง แต่คือรีวิวหมวดที่กระทบจริงก่อน
สุดท้าย ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ มันอาจไม่ใช่เพราะคุณใช้เงินแย่ลง แต่อาจเป็นเพราะ โครงสร้างรายจ่ายกำลังเปลี่ยน และเราต้องรีบเห็นมันให้ทัน
ข่าวที่เกี่ยวข้องตอนนี้
- ธปท.: เศรษฐกิจการเงินไทย และอัตราเงินเฟ้อทั่วไป พ.ค. 2569 ที่ 2.79%
- ธปท.: Press Release on the Economic and Monetary Conditions for April 2026, เผยแพร่ 29 พฤษภาคม 2026
- Xinhua: Thailand’s headline inflation rises 2.79 pct in May, เผยแพร่ 5 มิถุนายน 2026
- Business Times: เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ แต่มีแนวโน้มแตะ 3% ในเดือนมิถุนายน 2026
อยากจัดการเงินให้ดีขึ้น?
เริ่มจดรายรับรายจ่ายกับ TangBoe วันนี้ — ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
เริ่มใช้ TangBoe ฟรี